บทที่ 8 นอนไม่หลับ
เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัว คือทุกวันศุกร์ช่วงเย็น พ่อแม่รวมถึงพี่น้องทุกคนจะมารับประทานอาหารมื้อค่ำร่วมกัน ไม่ว่าใครจะมีธุระที่ไหน ต้องละเว้นเอาไว้ก่อนหรือรอจนกว่ามื้อค่ำระหว่างครอบครัวจบลง เว้นเสียแต่เป็นเรื่องธุรกิจสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จึงจะใช้เป็นเหตุผลในการไม่มากินข้าวกับพ่อแม่
แม้เวลานี้ทุกคนต่างล้วนมีหน้าที่ความรับผิดชอบอื่น ๆ อยู่ แต่ไม่เคยละทิ้งความรัก ความอบอุ่นจากคนในครอบครัว เรื่องราวความเป็นไป ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ จึงถูกนำมาเล่าให้กันและกันบนโต๊ะอาหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องที่พุดพิชญากำลังมองหาคู่ชีวิตให้กับลูกชายคนโต
“ได้ข่าวว่า คุณแม่กำลังมองหาพี่สะใภ้คนโตให้กับพวกเราอยู่ใช่หรือเปล่าครับ” อรัญ ปัณณรัลย์ ผู้เป็นน้องชายพูดโพล่งออกมากลางมื้ออาหาร ทำเอาปัณณวิชญ์เกือบสำลักมื้อค่ำ
“ข่าวเร็วจังเลยนะ”
“ไม่เร็วยังไงล่ะคะ ฝ่ายนั้นเล่นมากดฟอลโล่ไอจีพวกเราทุกคน แถมวันก่อนยังโพสต์สตอรี่ ลงรูปคู่กับคุณแม่ขนาดนั้น” อัญชัน ปัณณพิชญ์ ฝาแฝดของปัณณรัลย์ก็รู้เหมือนที่พี่ ๆ รู้
“แม่แค่พาเจนนี่เขามาทำความรู้จักกับไออุ่นเอาไว้ พวกเราก็รู้อยู่ว่า หากรอให้พี่ชายคนโตของพวกเราไปจีบสาวก่อน แม่คงรอเลี้ยงหลานจนแก่นั่นแหละ”
“ไม่เห็นต้องรอผมเลยนี่ครับ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานคุณแม่ต้องได้อุ้มหลานสมใจแน่” ปัณณวิชญ์พูดปัด เนื่องจากไม่อยากให้แม่คาดหวังในตัวของเขามากนักเกี่ยวกับเรื่องการหาแฟนในเวลานี้ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของเขาเลยสักนิด
“แม่แค่อยากให้ไออุ่นมีคนคอยดูแลนะลูก” น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล เปี่ยมไปด้วยความรักและปรารถนาดีนี้ ปัณณวิชญ์และลูกทุกคนต่างซาบซึ้งและรู้ดีว่า มาจากความรักของแม่ล้วน ๆ หาใช่เพราะอยากเจ้ากี้เจ้าการหรือชี้กำหนดให้ลูกทำตามใจตัวเองไม่
“ขอบคุณครับคุณแม่ อันที่จริงผมดูแลตัวเองได้นะครับ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง จริง ๆ แล้วคุณแม่ห่วงโอบเอื้อบ้างก็ได้นะครับ” กับข้าวอร่อยของโปรดพุดพิชญาถูกลูกชายคนโตตักแล้วบรรจงวางลงไปเคียงกับข้าวสวยร้อน ๆ
“รายนี้แม่ก็ห่วง ห่วงว่าจะเสียท่าให้ผู้หญิงร้อยเล่ห์เข้าสักวัน” พุดพิชญามองค้อนลูกชายที่เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า
“อุตส่าห์นั่งเงียบ ๆ แล้วนะ ยังโดนจนได้” โอบเอื้อ ปัณณวัชร์ น้องชายฝาแฝดที่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ ไม่ออกความเห็น พลอยโดนหางเลขไปด้วย
“แต่ไม่แน่หรอกนะไออุ่น เอิงว่าถ้าไออุ่นมีคนมาคอยช่วยดูแลอาจจะดีก็ได้”
ปัณณรินทร์หันไปยักคิวให้กับพี่ชายฝาแฝด ถ้าหากปัณณวิชญ์มีคนมาช่วยดูแลหรือเบี่ยงเบนความสนใจไปได้บ้าง อย่างน้อยจะได้เปิดช่องว่าง เปิดทางให้กับเธอและแฟนหนุ่มได้มีช่วงเวลาสวีทหวานเป็นส่วนตัวกันมากขึ้น
“นั่นสิพี่ไออุ่น อัญว่าพี่ไออุ่นควรมีคนรู้ใจได้แล้วนะ” ปัณณพิชญ์พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของแม่บังเกิดเกล้า
“ตอนนี้บริษัทของเรากำลังขยายฐานการตลาด เอิงเอยน่าจะรู้ดีกว่าใคร ดังนั้นพี่อยากโฟกัสกับเรื่องบริษัทมากกว่าเรื่องส่วนตัว”
“โห พี่ชายเรานี่สมกับเป็นนักธุรกิจลิ้นทองคำจริง ๆ ตอบคำถามเหมือนพวกดาราไอดอลเลย” ปัณณรัลย์เอ่ยแซว
“ก็มันจริงนี่นา”
ติ๊ง!
โทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะอาหาร หน้าจอพลันสว่างขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ เมื่อปัณณวิชญ์เห็นรายชื่อผู้ติดต่อจึงเหลือบสายตาไปชำเลืองมองแม่แวบหนึ่ง จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอ่านข้อความนั้นในทันที ช่วงที่คิดว่าทุกคนคงหันไปสนใจกับอาหารบนโต๊ะหมดแล้ว
สายป่าน : คุณไออุ่นชอบเบียร์ยี่ห้อไหนคะ // คำถามมาพร้อมกับรูปถ่ายเชลล์ขายสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีเบียร์และเครื่องดื่มกินแล้วเมาหลายยี่ห้อละลานตาเต็มไปหมด
Big Boss : นี่เธอไปซื้อเบียร์จริงเหรอเนี่ย // นิ้วกดส่งข้อความถามกลับไป
หลังจากเมื่อช่วงบ่ายให้เงินแม่เลขาฯ ขี้เมาไปสองพันบาท เพราะรู้สึกกระดากที่ไปกินเบียร์กับรามยอนแถมยังมีเครื่องเคียงหลายอย่าง หากจะให้ไปนั่งกิน นอนกินของคนอื่นฟรี ๆ อย่างนั้นโดยไม่จ่ายหรือช่วยออกค่าอาหารบ้าง เขาคงเป็นผู้ชายห่วย ๆ ขี้งกน่ารังเกียจพิลึก
สายป่าน : จริงสิคะ คุณไออุ่นคิดว่าหนูพูดเล่นหรือไง ตกลงว่าคุณไออุ่นชอบดื่มยี่ห้อไหนคะ
Big Boss : เธอกินยี่ห้อไหนก็ซื้อยี่ห้อนั้นนั่นแหละ ไม่ต้องถามฉันหรอก ฉันไม่ได้ไปกินกับเธอทุกวันสักหน่อย
ปัณณวิชญ์กดส่งข้อความตอบกลับไป ก่อนจะวางโทรศัพท์กลับลงไปบนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับน้องสาวฝาแฝด ซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ด้านข้าง ตำแหน่งใกล้กันที่สุด ดวงตาเรียวสวยนั้นหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อแอบเห็นช่องแชทของพี่ชาย เจ้าของรูปโปรไฟล์ดูคุ้นตาเธอเหลือเกิน
“เรื่องงานน่ะ” ปัณณวิชญ์ชิงตอบออกไปก่อนถูกถาม พยายามกลบเกลื่อนความสนิทสนมระหว่างตนเองและเลขาฯ หน้าห้องทำงานรองประธานกรรมการบริษัท
“อ๋อ” ปัณณรินทร์พยักหน้าน้อย ๆ เหมือนรับรู้ แต่สายตากลับสื่อความหมายไปในทิศทางตรงกันข้าม
ปัณณวิชญ์นั่งลงบนเตียงนอน ตามองไปยังนาฬิกาดิจิตอล ซึ่งบอกเวลาว่าอีกไม่กี่นาทีจะเข้าสู่วันใหม่แล้ว สวิตช์ไฟหัวเตียงถูกกดสั่งการให้หยุดทำหน้าที่เพราะเขาควรจะนอนได้แล้ว
ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ถูกดึงขึ้นมาห่มไว้เพียงหน้าท้อง ท่อนแขนเหยียดวางลงไปบนหมอนใบใหญ่ด้านข้าง อยู่ ๆ ความรู้สึกเหมือนเขากำลังเคว้งคว้างกลับแล่นเข้ามาจู่โจม เป็นความวูบโหว่งว่างเปล่า รู้สึกเหงาอย่างเงียบ ๆ
“เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ร่างหนาขยับพลิกนอนตะแคง สายตามองไปเห็นแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งคว่ำอยู่จึงหยิบมันขึ้นมาดู เป็นข้อความแจ้งเตือนว่าเลขาฯ ของน้องสาวอัพไอจีสตอรี่
“ดึกขนาดนี้แล้ว ยังไม่นอนอีกหรือไงเนี่ย” ปากบ่นแต่มือกลับกดเข้าไปดูสตอรี่นั้น
ภาพเบียร์มากมายอัดแช่อยู่ในตู้เย็นจนแทบมองไม่เห็นอาหาร เครื่องดื่ม หรือของกินอย่างอื่นเลย ทำเอาปัณณวิชญ์ถึงกับส่ายหัว
“ยัยขี้เมาเอ๊ย”
ความเหงาเมื่อครู่อยู่ ๆ พลันค่อยจางหายไป เมื่อเขาได้เห็นสตอรี่ถัดไปของสาวน้อยน่ารัก ภาพรามยอนชามใหญ่เกือบเท่ากะละมัง วางอยู่บนโต๊ะตัวเดิม ด้านข้างมีจานเครื่องเคียงเป็นไก่ทอด กิมจิ ผักดองเกาหลีและขนมกรุบกรอบอีกสองสามห่อ ที่สำคัญปัณณวิชญ์แอบเห็นเบียร์กระป๋องหนึ่งวางอยู่ข้าง ๆ นั่นด้วย ห่างไปไม่มากหน้าจอสว่างของทีวีขนาดใหญ่กำลังฉายซีรีส์รักหวานโรแมนติกเรื่องเดิม
“ยัยขี้เมาเอ๊ย กินรามยอน ไก่ทอดตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ เฮอะ” หัวเราะหึ ส่ายหัวแค่นยิ้มออกมาอย่างลืมตัว เพราะเท่าที่รู้หรือที่เห็นบ่อย ๆ สาว ๆ ทั้งหลายมักไม่ค่อยทานอาหารมื้อหนักหลังหกโมงเย็นไปแล้ว โดยเหตุผลส่วนมากนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องการรักษาหุ่น เพิ่งเคยเห็นแม่เลขาฯ คนนี้ที่กินจุมากแต่ไม่ยักอ้วนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เนื้อไปกองอยู่ที่แก้มเสียหมด
“อ้วนเอ๊ย”
คนนอนไม่หลับจับไอแพดเครื่องใหญ่ของตัวเองขึ้นมา กดเข้าไปยังช่องทางการดูซีรีย์ออนไลน์ ซึ่งสุชาดาชื่นชอบ แล้วกดเข้าไปดูซีรีส์เรื่องดัง หวังให้มันช่วยฆ่าเวลาให้คืนนี้ผ่านไปเร็วขึ้น หรือบางทีอาจช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่าการนอนหลับตาเฉย ๆ
แต่ดูเหมือนปัณณวิชญ์จะคิดผิด เพราะยิ่งดูต่อไปเรื่อย ๆ สมองของเขากลับตื่นตัวมากขึ้นทุกที ฉากรักโรแมนติกที่เคยมองว่ามันหวานเลี่ยน กลับเริ่มกระตุ้นความรู้สึกบางอย่าง ทุกครั้งเวลาเห็นพระเอกกอดจูบกับนักแสดงสาวสวย เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ค่อยสะดวกทุกที
“ทั้งเรื่องไม่เห็นมีอะไร เดี๋ยวกอด เดี๋ยวจูบ เดี๋ยวลากขึ้นเตียง ไร้สาระจริง ๆ เลย” ศีรษะใหญ่ถูกทิ้งลงไปบนหมอนนุ่ม เปลือกตาถูกดึงลงมาปิดจนสนิท
หากแต่ภายใต้ความมืดมิดนั้น ปัณณวิชญ์กลับรู้สึกได้ถึงอารมณ์วาบหวิว อ่อนไหวแปลก ๆ ยิ่งไปกว่านั้นสัมผัสนุ่มนิ่มจากร่างอุ่นของสุชาดาที่เขาเคยสัมผัสชิดใกล้ ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในความทรงจำอย่างไม่อาจสลัดหายออกไป
เนื้อนุ่ม ร่างนิ่ม ซึ่งเขาเคยกอดนอนถึงสองคืนติด ๆ ทำให้บางสิ่งบางอย่างบนร่างกายเขาแข็งขืนตื่นตัวขึ้นมากลางดึก
“ไออุ่น....นายบ้าไปแล้วเหรอ” มือตะปบลงไปกุมอวัยวะใหญ่ ซึ่งมันดันตัวแข็งขึ้นมา จนสามารถมองเห็นความโป่งนูนของผ้าห่มซึ่งคลุมอยู่ด้านนอก
